เว็บตัวอย่าง
เพื่อทดสอบระบบ


TAT License No. 11-06236

เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก
Username:
Password:

ลงทะเบียนเอเย่น  |  ลืมรหัสผ่าน
 
Australia
China
France
Germany
India
Italy
Japan
Macau
Myanmar
Nepal
Singapore
South Africa
Switzerland
Taiwan
Thailand
United Kingdom
Viet Nam

โปรโมชั่นทัวร์ ราคาพิเศษ

 






Sponsor

 
 

Rajgir

ข้อมูลทั่วไปเมืองราชคฤห์

เมืองราชคฤห์ หรือเบญจคีรีนคร แปลว่า เมืองที่มีเขาทั้ง 5 อันได้แก่ เขาคิชกูฏ เขาปัณฑวะ เขาเวภาระ เขาอิสิคิลิ และเขาเวปุลละเมืองราชคฤห์ในสมัยพุทธกาลนั้นเดิมทีเป็นเมืองหลวงของแคว้นมคธ ที่มีประวัติศาสตร์ของศาสนาพุทธอย่างมากมายมีเจ้าเมืองปกครองในยุคนั้นคือพระเจ้าพิมพิสารที่ถือได้ว่าเป็นโยมอุปฐากของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่มีส่วนช่วยทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาที่สำคัญอย่างมาก ด้วยการถวายพื้นที่สำหรับเป็นพุทธสถานแห่งแรก และเมืองราชคฤห์ยังเป็นสถานที่ที่เกิดเหตุการณ์สำคัญของพระพุทธศาสนาอีกมากมาย

สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญเมืองราชคฤห์

เขาคิชกูฏ
สถานที่ประทับพรรษาแรกของพระพุทธเจ้าซึ่งปรากฏหลักฐานหลายจุดที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธประวัติ อันประกอบไปด้วย
1.ถ้ำพระโมคคัลลานะ ที่พำนักและบำเพ็ญเพียรของอัครสาวกเบื้องซ้าย ผู้เป็นเอตทัคคะที่มีอิทธิฤทธิ์เป็นเลิศ และเป็นสถานที่พระโมคคัลลานะ
มองเห็นอชครเปรตที่มีความสูง 25 โยชน์ (1 โยชน์ มีค่าเท่ากับ 16 กิโลเมตร) ถูกไฟเผาจากหัวถึงหาง ซึ่งพระพุทธองค์ทรงเล่าถึงอดีตชาติของเปรตตนนั้น

 
   
พระคันธกุฎ
 

2.ที่กลิ้งหินของพระเทวทัตเป็นจุดที่สามารถมองเห็นจากบริเวณด้านหน้าถ้ำพระ โมคคัลลานะ ที่ปรากฏก้อนหินเรียงกัน 3 ก้อน มีช่องระหว่างเขาสามารถเดินเข้าไปได้ ซึ่งในสมัยพุทธกาลนั้น เส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางขึ้น-ลงเพียงทางเดียว ซึ่งเชื่อกันว่าพระเทวทัตพยายามกลิ้งหินจากข้างบนโดยหวังปลงพระชนม์องค์พระ ศาสดา แต่สุดท้ายสามารถทำอันตรายต่อพระพุทธองค์ได้เพียงห้อพระโลหิต4.อานันทกุฎี ตั้งอยู่ด้านหน้าพระคันธกุฎีกุฏิของพระพุทธเจ้า เพื่อเป็นการตรวจสอบเหล่ากษัตริย์ เทวดาและพุทธศาสนิกชนที่ต้องการเข้าเฝ้าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
5.พระคันธกุฎี ซึ่งเคยเป็นกุฏิของพระพุทธเจ้ามี ขนาดประมาณ 2.5 * 3 เมตร และเป็นสถานที่แสดงพระธรรมหลายสูตรต่อพระเจ้าพิมพิสารและพุทธศาสนิกชน

 
 

 
วัดเวฬุวันมหาวิหาร หรือป่าไผ่
 

วัดเวฬุวันมหาวิหาร หรือป่าไผ่
สถานที่กำเนิดวันสำคัญทางศาสนา “วันมาฆบูชา”ซึ่งเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ต่อหน้าพระสงฆ์ที่พระองค์ทรงบวชให้ทั้งหมด และวัดเวฬุวันมหาวิหารยังเป็นวัดแห่งแรกของพระพุทธศาสนาเป็นสถานที่ที่พระเจ้าพิมพิสารถวายให้กับองค์พระศาสดา

 
 

 
ชีวกอัมพวันวิหาร
 

ชีวกอัมพวันวิหาร
หรือสวนมะม่วงของหมอชีวกโกมารภัจจ์ ซึ่งถวายเป็นสังฆาวาสและเป็นโรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกของโลกที่ดูแลพระภิกษุสงฆ์อาพาธ รวมไปถึงพระพุทธองค์ด้วยเช่นเดียวกัน เมื่อครั้งเหตุการณ์พระเทวทัตผลักก้อนหิน

 
 

 
เรือนจำคุมขังพระเจ้าพิมพิสาร
 

เรือนจำคุมขังพระเจ้าพิมพิสาร
สถานที่พระเจ้าอชาตศัตรูทรงทำการปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์แทนพระเจ้าพิมพิสาร ผู้เป็นบิดา โดยการยึดพระราชอำนาจของพระเจ้าพิมพิสาร และขัง
พระมารดาและพระบิดามาขังไว้ ณ สถานที่แห่งนี้ ซึ่งพระเจ้าพิมพิสารถูกทรมานร่างกายสารพัดวิธี ไม่ว่าจะเป็นการอดอาหาร แต่พระองค์ก็รอดมาได้ด้วยการนั่งบำเพ็ญภาวนาเจริญสมาธิ และการเดินจงกรมแต่ภายหลังพระโอรสของพระองค์ยังคงสร้าง วิบากกรรมอันเลวร้าย คือ ทรงทำปิตุฆาตด้วยการใช้มีดผ่าบริเวณฝ่าเท้าของพระเจ้าพิสารจนไม่สามารถเดิน จงกรมและเสด็จสวรรคตในที่สุด ซึ่งพระเจ้าอชาตศัตรูทรงไม่รู้ถึงบาปอันใหญ่หลวงในครั้งนี้ เนื่องจากพระองค์ได้หลงคำยุยงของพระเทวทัต ปัจจุบันเรือนจำแห่งนี้หลงเหลือสภาพเพียงซากหินสำหรับก่อกำแพงที่มีความหนา ประมาณ 2 เมตร และมีความยาวด้านละ 60 เมตร และเมื่อครั้งตอนขุดพบนั้น ปรากฏหลักฐานชิ้นสำคัญที่บ่งชี้ว่าสถานที่แห่งนี้ในอดีตเคยเป็นเรือนจำ คือ โซ่ตรวนข้อมือเหล็ก

ตโปทาราม
สถานที่อาบน้ำของชาวฮินดูที่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะของชาวอินเดียปรากฏอยู่อย่างชัดเจน  ตโปธาร คือบ่อน้ำร้อนที่ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำสรัสวดี ที่ไหลมาจากภูเขาเวภารบรรพต ซึ่งตามความเชื่อของชาวฮินดูเชื่อกันว่า ไหลมาจากพรหมโลก โดยในประเทศอินเดียมีความเชื่อเรื่อง แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์มีอยู่ 7 สาย อันได้แก่ แม่น้ำคงคา แม่น้ำยมุนา แม่น้ำโกดาวารี แม่น้ำสรัสวดี แม่น้ำนาร์มาดา แม่น้ำสินธุ และแม่น้ำคาเวรี ตโปธาร เป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติพระวินัย ข้อหนึ่งขึ้นมา นั่นคือ ภิกษุใดสรงน้ำ (อาบน้ำ) และยังไม่ถึงกึ่งเดือน (15วัน) สรงน้ำใหม่ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ยกเว้นภิกษุผู้อาพาธ ภิกษุผู้ทำนวกรรม ภิกษุผู้เดินทางไกล หรือในคราวที่อากาศร้อนจัด ทรงอนุญาติให้อาบได้ เหตุเนื่องมาจากในฤดูหนาว พระเจ้าพิมพิสารออกไปนอกพระนครมายังธารน้ำร้อน ตโปธาร และรอคอยพระสงฆ์สรงเสร็จจึงจะทรงสนาน ซึ่งในเวลานั้นพระสงฆ์เป็นจำนวนมากกำลังสรงน้ำอุ่นอย่างสบายใจ และไม่ทราบว่าพระเจ้าพิมพิสารทรงรออยู่ กว่าพระองค์จะได้ทรงสนานก็ใกล้ค่ำ และช่วงเวลานั้นเมืองราชคฤห์มีศัตรูมาก พระองค์จึงทรงให้รักษาพระนครอย่างแข็งขัน ประตูใหญ่ของเมืองเปิดปิดตรงตามเวลา ไม่มียกเว้นกับใครทั้งสิ้น แม้พระองค์ผู้เป็นกษัตริย์ จึงจำต้องนั่งรอจนประตูเปิดในตอนเช้าจึงได้เสด็จเข้าพระนคร

 
   
รอยเกวียนโบราณ
 

รอยเกวียนโบราณที่อยู่บริเวณหลังประตูเมืองราชคฤห์
เป็นรอยเกวียนที่ลงลึกเข้าไปในหิน ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเป็นเส้นทางที่ใช้เกวียนมาหลายชั่วอายุคน และสอดคล้องกับพงศาวดารในอดีตเกี่ยวกับเมืองราชคฤห์ที่เคยเป็นศูนย์กลางการค้าแต่ยังมีประชาชนบางส่วนที่มีความเชื่อว่าเป็นร่องรอยเกวียนดังกล่าวเกิดขึ้นจากความเร็วและพลังของรถพระกฤษณะที่ผ่านเข้าเมืองราชคฤห์ในสมัยมหาภารตะในอินเดียตอนกลางและตะวันออก ซึ่งปรากฏร่องรอยเกวียนเช่นเดียวกัน

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำเมืองราชคฤห์

ลัฏฐิวันหรือสวนตาลหนุ่ม
เป็นสถานที่ที่พระเจ้าพิมพิสารเสด็จเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าหลังจากที่ตรัสรู้พร้อมด้วยพราหมณ์ชาวมคธ จำนวน 12 นหุต (1 นหุต มีค่าเท่ากับ 10,000) และอุรุเวลกัสสปะ 1ใน 3พี่น้องชฎิล โดยพระพุทธองค์ได้แสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ภายหลังการแสดงธรรมพระเจ้าพิมพิสารและบริวารก็แสดงตนเป็นอุบาสกอุบาสิกา

  สัปปิโสณฑิกา ณ สีตะวัน
เป็นเงื้อมเขาแห่งหนึ่งอยู่ที่สีตวันใกล้กับเมืองราชคฤห์ โดยสถานที่ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นสถานที่เกิดเหตุการณ์สำคัญหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา อันได้แก่
1. สถานที่ที่ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีได้พบกับพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรก
2.ท่านพระโสณโกฬิวิสะปรารภความเพียรอย่างยิ่ง ด้วยการเดินจงกรมจนเท้าทั้งสองแตก สถานที่เดินจงกรมแห่งนี้ของท่านจึงเปื้อนเลือดดุจที่ฆ่าโค
3.พระอุปเสนะถูกพิษงู ที่เขาสัปปโสณฑิกะ ป่าสีตวัน เขตกรุงราชคฤห์
4.พระทัพพมัลลบุตร เป็นผู้ดูแลจัดเสนาสนะให้ภิกษุ และถูกภิกษุจงใจให้จัดเสนาสนะในเวลาค่ำคืนที่ไกลๆทั้งนั้น เพราะประสงค์จะชมอิทธิปาฏิหาริย์ของท่านพระทัพพมัลลบุตร
5.เรื่องทรงแสดงอนุภาพของอิทธิบาท 4 ซึ่งตรัสแก่พระอานนท์ถึงสถานที่ที่แสดงนิมิต
6.ท่านพระสีตวนิยเถระได้กล่าวภาษิตคาถาเกี่ยวกับ ป่าสีตวัน ภิกษุใดมาสู่ป่าสีตวันแล้ว ภิกษุนั้นเป็นผู้อยู่แต่ผู้เดียวสันโดษมีจิตตั้งมั่น ชนะกิเลส ปราศจากขนลุกขนพอง มีปัญญารักษากายาคตาสติอยู่

  เจดีย์บริเวณเชิงเขาปัณฑวะ
เป็นสถานที่ที่พระเจ้าพิมพิสารได้พบกับพระพุทธเจ้าก่อนพระองค์ทรงตรัสรู้เป็นครั้งแรกในสมัยที่พระมหาบุรุษเสด็จออกบรรพชา เสด็จมาพักที่เชิงเขาปัณฑวะ ตำบลอุรอเวลาเสนานิคม แคว้นมคธ ในสมัยนั้นพระเจ้าพิมพิสารทรงเป็นมหาอุปราชยังมิได้ราชาภิเษก พระองค์ทรงพอพระทัยในบุคคลิกลักษณะของพระมหาบุรุษมาก จึงทูลเชิญให้ครองราชสมบัติครึ่งหนึ่งแห่งแคว้นมคธ แต่พระมหาบุรุษทรงปฏิเสธ และตรัสบอกถึงความตั้งพระทัยของพระองค์ที่จะออกผนวชเพื่อแสวงหาอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ พระเจ้าพิมพิสารทรงแสดงความยินดีด้วย และทูลขอต่อพระมหาบุรุษว่า เมื่อได้ตรัสรู้แล้วขอให้เสด็จกลับมาโปรดพระองค์ด้วยความจริงแล้ว... พระเจ้าพิมพิสาร ทรงมีความสัมพันธ์กับพระพุทธเจ้ามาตั้งแต่ต้น กล่าวกันว่าพระองค์เป็นอทิฏฐสหาย (สหายที่ไม่เคยเห็นหน้ากัน) กับเจ้าชายสิทธัตถะ สมัยที่ยังทรงเป็นพระกุมาร ด้วยพระเจ้า
สุทโธทนะทรงมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับพระบิดาของพระเจ้าพิมพิสาร
 
   
สัตตบรรณคูหา
 

สัตตบรรณคูหา บนเขาเวภาระ
เป็นหนึ่งในโบราณสถานที่พระพุทธองค์ได้ทำนิมิตโอกาส เป็นหนึ่งในโบราณสถานที่พระพุทธองค์ได้ทำนิมิตโอกาส เพื่อให้พระอานนท์กราบอาราธนาให้พระองค์อยู่โปรดเวไนยสัตว์ตลอดกัลป์ และเป็นสถานที่ที่พระมหากัสสปะกระทำการสังคยนาพระธรรมวินัยเป็นครั้งแรก อันเนื่องมาจากสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประดิษฐานพระพุทธศาสนาที่แคว้นมคธเป็นแห่งแรก และเพื่อเป็นกุศโลบายแก่พระเจ้าอชาตศัตรูจะได้ปฏิสังขรณ์พระมหาวิหาร จำนวน 18 แห่ง ในเมืองราชคฤห์ให้กลับเป็นเช่นดังเดิม ซึ่งภายหลังพระเจ้าอชาตศัตรูทรงรับเป็นผู้อุปถัมภ์ ซึ่งรวมไปถึงการสร้างธรรมสถานบริเวณหน้าถ้ำแห่งนี้ เพื่อเป็นสถานที่ในการทำสังคายนา ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันเพ็ญเดือน 10 หลังพระพุทธองค์เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน 4 เดือน โดยมีพระภิกษุ 500 รูป เข้าร่วมประชุม และใช้เวลา 7 เดือนจึงสำเร็จ

 

ถ้ำอินทสาละ
ตั้งอยู่ที่ภูเขาเวทิยกะ ทางทิศเหนือของหมู่บ้านพราหมณ์ชื่ออัมพสัณฑ์ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองราชคฤห์ ซึ่งเป็นสถานที่ท้าวสักกะเทวราช (พระอินทร์) ผู้เป็นจอมเทพแห่งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ทรงเสด็จมาเข้าเฝ้า และดีดพิณสามสายให้พระพุทธองค์ทรงสดับ วาระแรกทรงดีดพิณสายที่ 1 ซึ่งขึ้นสายไว้ตึง พอลงมือดีดสายพิณก็ขาดผึงลง วาระที่ 2 ทรงดีดพิณสายที่สอง ซึ่งขึ้นสายไว้หย่อน ปรากฏเป็นเสียงที่ยืดยาดขาดความไพเราะ วาระที่ 3 ทรงดีดพิณสายสุดท้ายที่ขึ้นสายไว้พอดี เป็นบทเพลงที่ไพเราะกังวาน จากนั้นพระเจ้าสักกะเทวราชจึงถวายบังคมลากลับไป เมื่อพระสมณโคดม ทรงสดับแล้วก็ทรงทราบถึงเหตุแห่งการมาของท้าวสักกเทวราช จึงได้แนวพระดำริว่า การบำเพ็ญทุกขกิริยานั้น เป็นการทรมาณตนให้ลำบากเปล่า เป็นข้อปฏิบัติที่ตึงเกินไปไม่ใช่หนทางแห่งการตรัสรู้ การบำเพ็ญเพียรทางสมาธิจิตนั้น ไม่ตึงหรือหย่อนเกินไป น่าจะเป็นทางแห่งการตรัสรู้ได้ จึงเริ่มเสวยพระกระยาหารดังเดิมเพื่อให้ร่างกายคลายเวทนา มีสมาธิที่จะบำเพ็ญเพียรต่อไปและยังเป็นสถานที่ซึ่งพระพุทธองค์ทรงแสดงสักกปัญหสูตร แก่ท้าวสักกะเทวราชจนบรรลุโสดาปัตติผล

ทัวร์อินเดีย เที่ยวอินเดีย ประเทศอินเดีย
http://www.flickr.com/photos/wonderlane/3678731097