เว็บตัวอย่าง
เพื่อทดสอบระบบ


TAT License No. 11-06236

เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก
Username:
Password:

ลงทะเบียนเอเย่น  |  ลืมรหัสผ่าน
 
Australia
China
France
Germany
India
Italy
Japan
Macau
Myanmar
Nepal
Singapore
South Africa
Switzerland
Taiwan
Thailand
United Kingdom
Viet Nam

โปรโมชั่นทัวร์ ราคาพิเศษ

 






Sponsor

 
 

Jaipur

 
   
จัยปูร์ประเทศอินเดีย
ข้อมูลทั่วไปเมืองจัยปูร์ประเทศอินเดีย

เมืองจัยปูร์
เป็นเมืองหลวง และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐราชสถาน อีกทั้งเป็นเมืองที่มีการวางผังเมืองที่ยอดเยี่ยมที่สุด สิ่งปลูกสร้างโดยเฉพาะในบริเวณตัวเมืองเก่านั้นได้รับการทาสีให้เป็นสีชมพู แต่คนส่วนใหญ่เห็นมันเป็นสีส้มแดงมากกว่า สาเหตุที่เมืองนี้ถูกทาสีชมพู ในสมัยของมหาราชา Ram Singh อินเดียยังเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ เพื่อต้อนรับกษัตริย์ Edward VII จากสหราชอาณาจักร (ในสมัยที่ดำรงพระยศเป็น Prince of Wales ) เมื่อปี ค.ศ.1853 จึงมีรับสั่งให้ราษฎรทาสีบ้านเรือนเป็นสีชมพู เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติแด่กษัตริย์เจ้าอาณานิคม จัยปูร์ในอดีต ถือเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก ทั้งด้านวัตถุและวิทยาการสถาปัตยกรรม จะสังเกตได้จาก วังและป้อมโบราณตลอดจนบ้านเรือน

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำเมืองจัยปูร์
 
   
พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ท
 

พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ท (Amber Fort)
อยู่ห่างจากเมืองชัยปุระไปทางทิศเหนือประมาณ 11กิโลเมตร พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ท เดิมเคยเป็นราชธานีของเมืองชัยปุระ สร้างอยู่บนเนินเขาสูงตรงตำแหน่งเดิม ที่เคยเป็นตำแหน่งเดิมที่เคยเป็นป้อมปราการเก่าในศตวรรษที่ 11 มาก่อน สร้างขึ้นโดยมหาราชาแมนสิงห์ ใน ปี ค.ศ. 1592 และเสร็จสิ้นลงในสมัยของมหาราชาใจสิงห์ ป้อมแห่งนี้เป็นต้นแบบที่ดีของสถาปัตยกรรมแบบราชปุต (Rajput) นอกจากนี้ในสมัยก่อนด้านล่างของป้อมยังเป็นทะเลสาบ จึงเป็นปราการสำคัญเพื่อป้องกันข้าศึกได้อีกชั้น ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดยุทธ ศาสตร์สำคัญของราชวงศ์กาญจวาหา อยู่หลายร้อยปี ก่อนมหาราชาสะหวายจัย ซิงห์ที่ 2 จะตัดสินใจย้ายลงไปสร้างเมืองใหม่ยังชัยปุระภายในพระราช วังแอมเบอร์ฟอร์ท ระกอบด้วยพระตำหนักต่างๆ ที่เปิดให้นักท่อง เที่ยวเข้าชม ซึ่งส่วนใหญ่จะสร้างในสมัยของมหาราชามาน ซิงห์ (Maharaja Man Singh) ใน ปี ค.ศ. 1592และได้มีการขยายต่อเติมโดยมหาราชาองค์ต่อๆมา

 

ทั้งนี้ในช่วงที่ป้อมแอมแมร์ ขยายออกมาจนใหญ่โตนั้น จักรวรรดิโมเลกุลเข้ามามีอิทธิพลในดินแดนนี้แล้ว จึงทำให้รูปแบบสถาปัตยกรรมภายในเป็นการผสมผสานระหว่างราชปุตกับโมกุล มีห้อง Jain Mandir หรือห้องประกาศ ศักดาแห่งชัยชนะ ผนังและเพดานประดับด้วยกระจกชิ้นเล็กๆประดับเรียงเป็นรูปดอกไม้ แจกัน อันละเอียดลออตา ป้อมแอมเบอร์ การจะขึ้นไปบนป้อมมีหลายวิธี เริ่มจากเดินขึ้นไปทางด้านหน้าตามทางเดินหิน แต่เส้นทางที่นักท่องเที่ยวนิยมคือการนั่งช้าง ช้างหนึ่งเชือกสามารถบรรทุกคนได้ 4 คน หรือสามารถขับรถขึ้นไป แต่ต้องไปขึ้นจากด้านข้างของFort ภายใน Fort จะถูกซอยย่อยเป็นห้องต่างๆโดยมีระบบชลประทานส่งน้ำจากบึงด้านล่างที่นี่มีปืนใหญ่ Cannon ที่ถูกบันทึกเอาไว้ว่าใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่ด้วย

 
 

 
พระราชวังสายน้ำ
 

พระราชวังสายน้ำ (Jal Mahal หรือ Water palace)
ซึ่งเป็นพระราชวัง ที่สร้าง ในน้ำ เวลาจะเข้าไปต้องนั่งเรือเข้าไปแต่ปัจจุบันไม่ได้เปิดให้เข้าชม

 
 

 
พระราชวังสายลม
 

พระราชวังสายลม (Hawa Mahal)
หรือ Palace of the wind ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายพระราชวังที่อยู่ในกำแพงเมืองของนครสีชมพูแห่งนี้ ไม่ได้ พระราชวังสายลมเคยเป็นฮาเร็ม ของมหาราชา มีลักษณะเป็นอาคาร 5 ชั้น สร้างด้วยหินทรายออกแดงคล้ายสีปูน
แห้ง เป็นรูปแบบของสถาปัตยกรรม สไตล์เปอร์เซียกับโมกุล ที่สวยเด่น คือ ลวดลายฉลุหินตามหน้าต่าง ช่องระบายอากาศที่บรรดา นางสนมในวังใช้เป็น ที่แอบดูชีวิต ความเป็น อยู่ของสามัญชนทั่วไป และประโยชน์อีกอย่างคือเป็นช่องแสงและช่องลมมีช่องหน้าต่าง จำนวนมากถึง 152 ช่องอยู่บริเวณตลาดฮาวามาฮาลบาซาร์ (Hawa Mahal Bazaar) ใกล้ๆ กับพระราชวังซิตี้พาเลซ จากแยกบาดีโซปาร์เดินขึ้นไปทางถนนฮาวามาฮาลบาซาร์ จะเห็นพระราชวัง ซิตี้พาเลซอยู่ซ้ายมือ เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 163.0 น.

 
 

 
พระราชวังซิตีพาเลซ
 

พระราชวังซิตีพาเลซ (City Palace)
(City Palace) : หรือ พระราชวังฤดูหนาว ซึ่งส่วนหนึ่งมีการดัดแปลงกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยหินแกรนิตและหินอ่อนภายในประดับ ประดาด้วยกระจกและแก้วหลากสี นับเป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นราชาสถาน ปัจจุบันบางส่วนยังคงเป็นที่ประทับของราชตระกูล และมีการจัดแสดงวัตถุโบราณที่มีค่ามากมายให้ผู้คนเข้าชม โดยพื้นที่ภายในพระราชวังแห่งนี้ ปัจจุบันได้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนแรกที่ติดกับทางเข้าทั้งแถบ เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ส่วนที่สองเป็นที่พักของมหารานาคนปัจจุบันและครอบครัว และส่วนสุดท้าย เปิดเป็นโรงแรม ฟาเตห์ปรากาชพาเลซ (Fateh Prakash Palace Hotel) และโรงแรมซิฟนิวาสพาเลซ (Shiv Niwas Palace Hotel)

 
 

 
พระราชวังซาชจันการห์
 

พระราชวังซาชจันการห์ (Sajjan Garh)
หรือพระราชวังฤดูฝน ของมหารานาแห่งอุไดปูร์ ซึ่งตั้งอยู่บนเนินสูง ห่างจากตัวเมืองอุไดปูร์ไปทางเหนือประมาณ 3 กิโลเมตร สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่พักในยามล่าสัตว์ ปัจจุบันเป็นสถานที่สำหรับชม พระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งสามารถมองเห็นวิวของพระราชวังซิตี้พาเลซ และวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบพิโคลาได้อย่าง
ชัดเจน เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา10.00-17.30 น.

 
 

 
พระตำหนักมูบารักมาฮาล
 

พระตำหนักมูบารักมาฮาล (Mumarak Mahal)
หรือเวลคัมพาเลซ(welcome Palace) โดยพระตำหนักมูบารักมาฮาลสร้าง
ขึ้นในปี ค.ศ. 1899 เพื่อรับรองแขกบ้านแขกเมือง มีความโดดเด่นตรงการแกะสลักเสาหินอ่อนและประตูที่ทำแบบเท่ากันทุกสัดส่วน โดยตัวอาคารเป็นการผสมผสานกันระหว่างสถาปัตยกรรมแบบราชปุต อิสลาม และอังกฤษ ปัจจุบัน ตำหนักแห่งนี้ ใช้เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องแต่งกายของมหาราชาและมหารานีในแต่ละยุคนั้น เช่น กระโปรงปักด้วยดิ้นทอง เสื้อคลุมของมหาราชา ฯลฯ
นอกจากนี้ ยังมีข้าวของเครื่องใช้ล้ำค่าในวังอีกหลายชิ้น

 
 

 
ป้อมไจการห์
 

ป้อมไจการห์ (Jaigarh Fort)
ป้อมไจการห์ (Jaigarh Fort) ตั้งอยู่บนถนนแอมแมร์(Amber Road)สร้าง ขึ้น เมื่อปี ค.ศ. 1726 ในสมัยมหาราชาสะหวายจัยซิงห์ที่ 2 เพื่อคุ้มกันเมืองแอมแมร์จากผู้รุกราน ด้านบนมีปืนใหญ่ (Cannon) ชื่อว่าจัยแวน (Jai Van) หนักถึง 50 ตัน โดยเชื่อกันว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ ยังมีวัดและพระราชวังเก่าอายุราว 200 ปี ตั้งอยู่ด้วย เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.