เว็บตัวอย่าง
เพื่อทดสอบระบบ


TAT License No. 11-06236

เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก
Username:
Password:

ลงทะเบียนเอเย่น  |  ลืมรหัสผ่าน
 
Australia
China
France
Germany
India
Italy
Japan
Macau
Myanmar
Nepal
Singapore
South Africa
Switzerland
Taiwan
Thailand
United Kingdom
Viet Nam

โปรโมชั่นทัวร์ ราคาพิเศษ

 






Sponsor

 
 

Agra

 
   
เมืองอักราประเทศอินเดีย
ข้อมูลทั่วไปเมืองอักราประเทศอินเดีย

เมืองอักรา (Agra) เคยเป็นเมืองหลวงสำคัญของอินเดียในยุคศตวรรษที่ 16 ตั้งอยู่ริมฝั่งของแม่น้ำยมุนา นับเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่สุดเป็นอันดับสามของรัฐอุตรประเทศ เมืองอักรา มีชื่อเสียงโด่งดัง จากสถาปัตยกรรมที่เป็นอนุสรณ์แห่งความรักอันยิ่งใหญ่ “ทัชมาฮาล” ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี นอกจากนั้นเมืองอักรายังเป็นที่ตั้งของ ป้อมอักรา (Agra Fort) ซึ่งบางครั้งก็เรียกว่า ลาล กิลา (Lal Qila) ป้อมแดง (Fort Rouge) หรือ ป้อมแดงแห่งอักรา (Red Fort of Agra) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1983

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำเมืองอักรา
 
   
ทัชมาฮาล
 

ทัชมาฮาล (Taj Mahal)
ทัชมาฮาล เป็นอนุสรณ์สถานตั้งอยู่ในเมืองอัครา ประเทศอินเดีย นับเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคใหม่เป็นสุสานหินอ่อน ที่ผู้คนเชื่อว่าเป็นสถา ปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลก สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระจักรพรรดิโมกุลผู้มีรักมั่นคงต่อพระมเหสีของพระองค์ เจ้าชายขุร์รัม ชึ่งต่อมาคือสมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮันเมื่อพระองค์มีพระชนมายุ 14 พรรษา พระองค์ทรงหลงใหลและหลงรักนาง เจ้าชายขุร์รัมจึงซื้อเพชรด้วยเงิน 10,000 รูปีและบอกแก่พระบิดาของพระองค์ว่า พระองค์มีความประสงค์ที่จะแต่งงาน กับบุตรสาวของรัฐมนตรี พิธีอภิเษกถูก จัดขึ้นหลังจากนั้น 5 ปี ในปี พ.ศ. 2155 (ค.ศ. 1612) จากนั้นมาทั้งสองก็มิเคยอยู่ห่างกันอีกเลย) ครั้นในปี พ.ศ. 2174 (ค.ศ. 1631) พระมเหสีมุมตัซสิ้นพระชนม์ หลังจากให้กำเนิด
ทายาท
องค์ที่ 14

 

การสิ้นพระชนม์ของพระมเหสีทำให้พระเจ้าชาห์ ชหานโศกเศร้าอยู่ถึงสองทศวรรษ ราชสมบัติส่วนใหญ่สูญเสียไปเพื่อการสร้างอนุสรณ์แห่งความรักของทั้งสองพระองค์ พระองค์ถูกกักขังอยู่ถึง 8 ปี จนกระทั่งสวรรคตในปี พ.ศ. 2209 (ค.ศ. 1666) ตามตำนานกล่าวว่าให้วันสุดท้ายของชีวิตพระองค์ใช้เวลาทั้งวันในการจ้องมองเศษกระจกที่สะท้อนภาพของทัชมาฮาล และสิ้นพระชนม์ด้วยเศษกระจกในกำมือ พระเจ้าชาห์ ชหานถูกฝังในทัชมาฮาล เคียงข้างมเหสีซึ่งพระองค์ไม่เคยลืม มีบางคนกล่าวว่าพระเจ้าชาห์ ชหาน มิได้ประสงค์ที่จะถูกฝังร่วมกับประมเหสี แต่พระองค์มีแผนการที่จะสร้างสุสานอีกแห่งด้วยหินอ่อนสีดำ เพื่อเป็นสุสานของพระองค์ แต่ผู้รู้หลายท่านเชื่อว่าพระองค์ประสงค์ที่จะถูกฝังเคียงข้างพระนางมุมตัซ มาฮาล ทัชมาฮาลถูกพิจารณาให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคใหม่ ทัชมาฮาลตั้งอยู่ในสวนริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ในเมืองอาครา ส่วนที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ หลุมศพของพระนางมุมตัซ มาฮาล ซึ่งถูกสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ศิลาแลง ประดับลวดลายเครื่องเพชร พลอย หิน โมราและเครื่องประดับจากมิตรประเทศ ได้รับคำรับรองว่าสร้างขึ้นด้วยสัดส่วนที่วิจิตรและงดงามที่สุด กว้างยาวด้านละ 100 เมตร สูง 60 เมตร มีผู้สร้างและออกแบบร่วม 20,000 คน การก่อสร้างกินเวลานานถึง 22 ปี ทัชมาฮาลมีเนื้อที่ประมาณ 42 เอเคอร์ เป็นที่ตั้งของมัสยิด มีหออาซาน (หอสูงสำหรับร้องแจ้งเวลาทำนมาซ) และมีสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ นายช่างที่ออกแบบ ชื่อ อุสตาด ไอซา ถูกประหารชีวิตเพื่อมิให้ไปออกแบบสถาปัตยกรรมใด ๆ ที่สวยกว่าได้ ส่วนหัวของทัชมาฮาลมีลักษณะโดมที่เรียกว่าโอเนียนโดม

 
   
ป้อมอัครา
 

ป้อมอัครา (Agra Fort)
ป้อมอัครา ป้อมปราการที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวัน ตกเฉียงเหนือของ ทัชมาฮาล โดยป้อมอัครานั้นเป็นป้อมที่สำคัญ ที่สุดในอินเดีย ในปี ค.ศ.1983 ป้อมอัครา รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกเช่น เดียวกันกับทัชมาฮาล ป้อมอัครา เป็นป้อมปรากรารที่สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 16 สร้างเป็นกำแพงล้อมรอบพระราชวังของ กษัตริย์โมกุล มีความยาว ๒.๕ กิโลเมตร ภายในประกอบด้วย พระราชวัง เช่น วังจาฮานกีร์(Jahangir) และคาสมาฮาล(Khas Mahal) ซึ่งสร้างโดยชาห์จาฮาน(Shah Jahan) ห้องท้องพระโรงใหญ่ เช่น ไดวาน-อิ-คาส(Diwan-i-Khas) และสุเหร่าที่งดงามมาก
อีก ๒ หลัง เมืองร้างฟาเตท์ปูร์สิกรี (Fatehpur Sikri)

 
   
ฟาเตห์ปูร์ สิคริ
 

ฟาเตห์ปูร์ สิคริ (Fatehpur Sikri)
ฟาเตห์ปูร์ สิคริ
เป็นเมืองที่สร้าง ด้วยหิน ทรายสีแดง มีทั้งมัสยิด เขตพระราชฐาน ฮาเร็ม ตำหนักใน สระน้ำ สวนขนาดใหญ่มีเวทีแสดง ดนตรี กลางสระน้ำ และแน ่นอนที่สุด สุสานของ ชาย์ค ซาริม คสิติ (Shayk Salim Chishti) พระราชฐานชั้นในแบ่งเขตของมเหสีแต่ละองค์อย่างชัดเจน อย่างเช่น องค์ที่เป็น ฮินดู ตำหนักก็จะเป็นแบบฮินดูองค์ที่ มาจากเปอร์เซีย ก็จะเป็นสถาปัตยกรรมเปอร์เซียทำให้การเดินผ่านไปแต่ละส่วนของบริเวณอันกว้างใหญ่ของพระราชฐาน เหมือนได้ไปท่องเที่ยวในดินแดนหลายชนชาติไปพร้อมๆ กัน

ทัวร์อินเดีย เที่ยวอินเดีย ประเทศอินเดีย
อ้างอิง: http://www.tibbook.com / http://th.wikipedia.org